ของดี....

posted on 05 Dec 2009 18:53 by uegawa-nami

เมื่อวานไปจองนิตยสารมาเล่มนึง(เพราะลืมเอาตังไป เอวัง = =)

 

วันนี้เลยไปถอยมา มันเป็น

 

แนวๆนิตยสารกาตูนหนุ่มหล่อของเหล่าโอตาคุสาวๆได้เลยมั้ง จริงๆก็ไม่ได้สนอย่างอื่นในเล่มเลยนะ = =

 

แต่ที่สน เพราะปกมัน...

 

...

...

 

คือไอ้นี่ฮะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบบว่า....

 

ถึงขั้นกรี้ดกันเลยทีเดียว (ไหงท่านดาเตะทไหน้าบอกบุญไม่รับมาก ฮาาาาา)

 

แถม มันมีของแถมมาให้....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เป็นเหมือนแผ่นรองอะไรซักอย่าง(ไม่กล้ารองว้อยยย!!!!)

 

 

และ เนื้อใน มีโปสเตอร์โฆษณาอนิเมภาคสอง ที่จะมาในเร็วๆนี้

 

นี่เรย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  กับโปสต์พับในเล่มลายเดียวกับปกแต่ไม่มีเท็กส์ตัวอักษร

 

และเนื้อในของเล่มก็

 

เช่นนี้เลยเคอะ

 

(บลอกเบี้ยวก็เอาเฟ้ย!!!)

 

 

 

 

 

 

(แิอบฮา ทำไมโคจูโร่ต้องถือโกโบะ...ทำไมไม่เป็นต้นหอมมม)

 

ฮาาาาา

 

ขอตัวก่อนละเด้อ แปะเลวเท่านี้ ฮาา

edit @ 5 Dec 2009 19:08:31 by NaMi : 上川波 「伊達氏の侍」::留守 月讀

edit @ 5 Dec 2009 19:09:52 by NaMi : 上川波 「伊達氏の侍」::留守 月讀

edit @ 5 Dec 2009 19:10:47 by NaMi : 上川波 「伊達氏の侍」::留守 月讀

edit @ 5 Dec 2009 19:21:49 by NaMi : 上川波 「伊達氏の侍」::留守 月讀

สด Fic...

posted on 09 Nov 2009 18:19 by uegawa-nami

ด้วยความเซ็งเป็ด...ประกาศให้โลกรู้ว่ากรูเครียด เลยขอเขียนฟิกระบายซักหน่อย...

 

แถมตอนนี้กระแสดราม่า NC มาแรง เลยขอเขียนอะไรสวนกระแส NC หน่อย ถึงเราจะชอบจะอ่าน แต่ยังไงเราก็ยังอยากให้ลูกๆเราเป็นคนปกติอยู่ = =

 

ไอเดีย แนวเรื่อง โครง ไม่มี สด ณ ตรงนี้ เวลานี้ ที่พิมพ์อยู่ 

 

อิมเมจตัวละครไปหาใน DA เอง (เลว)

http://sengoku-no-tensou.deviantart.com/

 

+++++++++

Pairing : Ishida Mitsunari x Sanada Yukimura

Rate : Drama

Time : Sekigahara

***:ไอเดียมาจากเพลงนี้ฮะ : http://www.youtube.com/watch?v=X7rk4Lg8G4I

Kaerinichi ของ Crystal Kay (กะเอามาทำ Ending โปรเจค ถ้าทำไหว ฮา เพราะคงเป็นอารมยืเดียวกะผิคนี้เหมือนกัน)

+++++++++++++

ปีเคย์โชที่ 5 [1600] วันที่ 5 เดือน พฤษจิกายน...

ดวงอาทิตย์เลื่อนลอยอย่างอ้อยอิ่งลงหลังเชิงเขา...แสงสีส้มของมันย้อมหมู่เมฆให้เป็นสีส้มอ่อนท่ามหลางท้องฟ้าที่กำลังมืดลงอย่างเชื่องช้า

ยามแสงทองจับจ้องขอบฟ้า ก่อนตะวันจะลาลับ ทิ้งราตรีให้มืดหม่น พร้อมดวงใจของคนสองคนที่หมองเศร้า...

 

หนึ่งต้องถูกคุมขัง เฝ้ารอเวลาแห่งการประหาร...

อีกหนึ่งได้แต่เฝ้ารออย่างสิ้นหวัง...

+++++++++++++++++++++++

ทัพโตกุงาว่า ภายในคุกจองจำ

"แค่ก...แค่ก แค่ก"

เสียงไอแห้งๆดังลอดลูกกรงไม้มาถึงหูผู้คุมชราภาพคนหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่ไหวไปมาเบาๆตามแรงลม ก่อนจะเดินไปดูอาการของ"นักโทษ"ที่ไม่สู้ดีนัก

ร่างสูงผมสีน้ำตาลแดงที่นอนอยู่แลดูซูบผอมไปถนัดตาจากเมื่อหลายวันก่อนที่ถูกจับกุมจากทุ่งเซกิงาฮาร่า เรือนผมยาวสยายกระจายบนพื้นฟางแห้ง รอยฟกช้ำ ต่างๆบนร่างกาย และอาการไข้จากพิษบาดแผลรุมเร้าร่างตรงหน้า

"เป็นยังไงมั่งไอ้หนุ่ม?...ลุงบอกแล้วไงว่าอย่าไปพูดจาหาเรื่อง...เห็นไหม ยับเยินเชียว"ชายชรานั่งลงหน้าซี่กรงไม้ พลางมองร่างตรงหน้าอย่างเป็นห่วง

"ข้าน่ะ...ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ไม่ยอมก้มหัว...ให้กับเจ้าทานูกิ...นั่นหรอกนะ หึๆ"ชายวัยกลางคนยิ้มเหยียดที่มุมปาก แต่ดวงตาที่จ้องมองยังชายชรานั้นอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด

"ก็เพราะไปเรียกท่านอิเอยาสึแบบนั้นนะสิ ถึงได้โดนผู้คุมพวกนั้นรุมซ้อมเอา...เฮ้อ ลุงก็รู้ละนะ ว่พรุ่งนี้พ่อหนุ่มก็..."ชายแก่ส่ายหน้าเบาๆ มองจอมอหังการที่สิ้นท่า

"จะโดนประหารอยู่แล้วน่า ลุง ข้ารู้...ข้ารู้ อีกอย่าง ข้าก็ไม่ใช่คนหนุ่มแน่น มิได้เป็นดั่งเช่นวัยหนุ่มสาว ลุงยังเรียกข้าเช่นนั้นอีกรึไง?"

"ฮะๆๆ ยังไงลุงก็แก่กว่าเจ้าอยู่โขละน้อ...แต่ก็นะ แต่ยังไงก็ ลุงอยากให้พ่อหนุ่มดูดีหน่อยละนะ ไม่ใช่ไปในสภาพเละเทะแบบนี้"ว่าพลางก็ลุกไปหยิบถังไม้ รองน้ำ กับผ้าขนหนู ไขกุญแจเปิดประตูกรงขัง ก่อนย่อตัวลอดประตูกรงเข้าไปหา

"...ไม่กลัวข้าหนีออกไปรึ ลุง?"มิตสึนาริพูดหลังจากได้เชือกที่มัดร่างตนอยู่คลายออกไป

"ลุงก็ไม่ได้อยากพูดจาโหดร้ายหรอกนะ หนีออกไปก็ตายอยู่ดี อย่างน้อย ตายให้มันช้าที่สุดไม่ดีกว่ารึ?"ผู้สูงวัยพูดพลางถอดเสื้อที่เปรอะเปื้อนทั้งดินทราย และคราบเลือดออก แล้วเอาผ้าชุบน้ำ เช็ดเบาๆตามรอยบาดแผลต่างๆ

"ฮะๆๆ ไม่ให้ความหวังกันมั่งเลยเน้อ..."อดีตผู้นำทัพตะวันตกหัวเราะกลั้วในลำคอ

"พ่อหนุ่มนี่...ไม่กลัวตายเลยรึไง? ลุงคุมห้องขังนี้มาเป็นสิบๆปีแล้ว เห็นนักโทษหลายคน ร้องโหยหวน ดิ้นพราดๆเหมือนโดนน้ำร้อนลวกตอนจะโดนพาไปลานประหาร บ้างก็เสียสติระหว่างโดนทรมาณก็มี...แต่พ่อหนุ่มนี่แปลกจริงๆ"

คำพูดเหล่านั้นเรียกสายตาของอีกฝ่ายให้หันมามอง...

"มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงก็ต้องตายอยู่ดี จะกลัวไปทำไมละลุง?"

"ฮะๆ ชีวิตนี้เจ้ากลัวอะไรบ้างละนี่? ผู้คุมก็ไม่กลัว ศาสตรที่รุมกลุ้มทำร้าย เจ้าก็ไม่ร้องซักแอะ แม้แต่ใต้เท้าอิเอยาสึเจ้ายังไม่กลัวเลยนะ"

ดวงตาคมเบือนมองจันทราที่ค่อยๆลอยขึ้นมาประดับท้องฟ้าพร้อมดวงดาราที่ห้อมล้อมอยู่รายรอบ

เจ้าจะเห็นดวงเดือนดวงเดียวกับที่ข้าเห็นอยู่หรือเปล่านะ? คนดีของข้า

"กลัวสิ...ข้ากลัวว่า ข้าจะผิดคำสัญญาที่ข้าได้ให้ไว้กับคนๆหนึ่ง...ซึ่งบัดนี้ข้าคงทำตามคำมั่นนั้นมิได้แล้ว"

"กับคนรักของเจ้ารึ?"ลุงยักคิ้วที่หงอกจนเป็นสีขาว

"อื้อ...ข้าสัญญาว่า...ข้าจะกลับไปหาคนๆนั้นน่ะ...แต่ไหนๆข้าก็ต้องตายแล้ว เสียดายที่มิได้บอกคนๆนั้นว่า...ข้าน่ะ..."เจ้าตัวหลุบตาลงต่ำก่อนห้องขังจะถูกปกคลุมด้วยความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงบิดน้ำจากผ้าขนหนูกระฉอกลงในถังไม้เท่านั้น

 

ข้าน่ะ...มิอาจกลับไปโอบกอดเจ้าได้อีกแล้ว...ยูคิมูระของข้า

ข้าขอโทษที่ต้องทอดทิ้งเจ้า...ให้เหน็บหนาวเปล่าเปลี่ยวเพียงเดียวดาย...

ข้าคงมิเหลือไออุ่นในกายจะทอดถ่ายให้เจ้าอีกต่อไป...

ตะวันรุ่งพรุ่งนี้ ข้าคงไม่มีร่างกายจะกลับไปเยือนรังรักของข้าและเจ้าอีกแล้ว...

 

ชายหนุ่มเฝ้ามองจันทราเคลื่อนคล้อยลอยผ่านซี่กรงไม้ไปอย่างแช่มช้า...ก่อนความมืดมิดของยามราตรีจะถูกแสงทองแห่งสุริยาส่องสาด...ท้องฟ้าสีส้มยามเช้า...

อันเป็นยามอรุโนทัยแห่งวันที่ 6 เดือนที่ 11 ปีเคย์โชที่ 5...

 

เจ้าจะมองฟ้าเช่นเดียวกับที่ข้ามองหรือไม่?

เจ้าจะเห็นแสงทองสาดส่องยังแดนอาทิตย์อุทัยที่เราร่วมกันสละเลือดเนื้อต่อสู้เพื่อมันไหมหนอ?

เจ้าจะได้ยินคำสุดท้ายของข้าไหม?...

 

ร่างของชายหนุ่มในชุดมีขาวปลอดบริสุทธิ์ ที่รอต้องแปดเปื้อนด้วยเลืิอดแดงฉานที่พวยพุ่งออกจากร่างไร้วิญญาณนี้...

มิตสึนาริถูกจับนั่งลงบนเสื่อสาน...ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย

ดวงหน้าคมเข้มแหงนมองนภา...หมู่เมฆา แลวิหคโผบิน ราวกับจะได้ยินเพียงเสียงวาโยที่ก้องเบาๆจากทั่วทั้งหุบเขาที่รายล้อมรอบลานประหารแห่งนี้ กลบสิ้นซึ่งเสียงประกาศของราชทัณฑ์

 

ก่อนใบดาบสีเงินสดที่รอดื่มเลือดของร่างตรงหน้าจะเงื้อง่าขึ้น...

จากเสียงลมสงบ...วายุจากดาบที่ฟาดฟันลงมากรีดเสียงโหยหวนราวโศกเศร้ากับคนผู้นี้ที่กำลังจะจากไป

 

 

ลาก่อน...ข้าจะเฝ้ามองเจ้าจากเบื้องบน...และเฝ้า้คุ้มครองเ้จ้าตลอดไป...

ยุคิมูระ...

 

++++++++++++++++++++++++++

 หลายวันต่อมา ณ ปราสาทอุเอดะ

จดหมายฉบับหนึ่ง ถูกส่งมาจากสายที่ทัพหน้า...แจ้งว่า

"บัดนี้ ข้าราชกาลชั้นผู้ใหญ่ทัพโทโยโทมิ อิชิดะ มิตสึนาริ ถึงแก่ความตายเมื่อปีเคยโชที่ 5 เดือน 11 วันที่ 6...ณ ลานประหารทัพโตกุงาว่า 

เนื่องต้องโทษบั่นศรีษะ..."

 

มือคุ่หนึ่งกำจดหมายแน่นราวกับจะบดขยี้มนัให้แหลสลายไปตรงหน้า...

ร่างๆหนึ่งในชุดเกราะสีแดงดุจเลือดนกทรุดลงท่ามกลางห้องอันปล่าวเปลี่ยวในปราสาทชั้นในของตน...

หยดน้ำใสๆที่ถูกห้ามมิให้ไหล หยดประทับลงบนแต้มหมึกที่บันทึกแจ้งถึงความตายของผู้เป็นนาย...ผู้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

ราวหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

"ท่านมิตสึนาริ...ใยท่านจึงมิได้กลับมา?...ดั่งที่ท่านลั่นวาจาไว้...หากท่านจะต้องตายแล้วไซร้....

ใยมิพาข้าไปด้วยละขอรับ!!! ใยท่านถึงทิ้งข้าไว้คนเดียว!!!!"ชายหนุ่มตะโกนก้องพร้อมหัวใจที่รวดร้าวระทม ขมขื่นจนมิอาจหักห้ามหยาดชลนัยที่ไหลลงเปรอะเปื้อนแผ่นจดหมาย

"ท่านบอกให้ข้าอยู่ที่ปราสาทอุเอดะแห่งนี้ เพราะเป็นห่วงข้า แต่ท่านคิดบ้างไหม ว่าข้ารู้สึกเช่นไร?

ท่านรู้บ้างไหมว่าข้ารู้สึกเช่นใดที่ต้องโดดเดี่ยวโดยไม่มีท่าน..."

จากนี้ไป ไม่มีอีกแล้ว...

 

วันคืนที่เราเคยอิงแอบแนบพิงกันใต้แสงจันทรา...แม้ค่ำคืนอันหนาวเหน็บเพียงใด ข้างกายข้าก็มีท่านเคียงคู่เสมอ...สัมผัสจากร่างกายของท่าน ทำให้ทั้งกายและใจของข้า อบอุ่นอยู่เสมอ

วันคืนที่มีเพียงสองเรา...มีเพียงท่านและข้า...

 

ท่านทำให้ข้ามิอาจเลือกหนทางเดินได้...ข้ามิอาจตายตกตามท่านไปได้ เพราะยังมีผู้คนมากมายที่ข้าต้องปกป้อง...ข้ายังมีบ้านเมือง...ยังมีชาวอุเอดะต้องคุ้มครอง

ข้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป...บนความทุกข์ตรม...

เฝ้ารอ...

ว่าวันใดหนอ...ลมหายใจของข้า...จะสูญสิ้นไปเสียที

 

ท้องฟ้า...ที่มองกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม...

ท่านจะเฝ้ามองข้าจากบนนั้นอยู่หรือปล่าวหนอ? 

บนหมู่เมฆสีขาว...ท่ามกลางนภาครามสกาว...ร่วมกับดวงดารา สุริยัน ดวงจันทรา...?

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ปี 1615 วันที่ 3 มิถุนายน...ปราสาทโอซาก้า

 

ทำไม...ทำไม...ทำไม!!!!

"ทำไม!!!!!!!!!!!!!!!"ข้ากรีดร้อง...ดังก้อง...ท่ามกลางหมู่อมิตรที่กล้ำกรายเข้ามา หมายชิงศรีษะของข้าไปเป็นรางวัล

ขาทั้งคู่ของข้าสั่นสะท้านราวกับจะมิอาจยืนหยัดอยู่ได้อีกต่อไป หากไม่มีหอกคู่ใจ ข้าคงล้มลงไปนานแล้วกระมัง

ทำไมกัน...ทั้งๆที่...คนที่มันฆ่าท่าน อยู่ตรงหน้าข้าแล้วแท้ๆ...

แต่ข้ากลับมิอาจ...แก้แค้นให้ท่านได้...ท่านมิตสึนาริ

 

หอก ดาบ ธนู ที่รุมกลุ้มแทงเข้ามาไม่ยั้ง แต่ข้ายังคงเดินหน้าต่อไป...สิ่งเดียวที่ข้าต้องทำให้ได้...

ข้าต้องนำหัวของอิเอยาสึมาให้ท่าน...นายของข้า

 

...เจ็บ...

...ทรมาณ...

ราวกับลมหายใจมิอาจลอดผ่านทรวงอกของข้าเข้ามาหล่อเลียงชีวีที่กำลังจะดับสลายนี้...

ข้ารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ซัดหอกของข้า ตรงไปยังหน้าของมันผู้นั้น...

หากแต่หอกของข้า กลับเพียงสยบอยู่แทบเท้าของมัน...

 

ร่างกายของข้าหนักอึ้ง ราวกับจะพังทลายลงมา...แข้งขาหมดสิ้นซึ่งเรี่ยวแรง ทอดทิ้งร่างนั้นให้ล้มฟาดลงกับดิน

เสียงลมหายใจที่ดังฟืดฟาดพร้อมดวงตาที่พร่าเลือน ข้ามิได้ยินเสียงใดๆ มิอาจสัมผัสถึงสิ่งใด ภาพตรงหน้าก็กำลังจะเลือนหายไปจากวิสัยของข้า...

"ข้าขอชืนชมเจ้า...จากใจจริง

 

ซานาดะ ยูคิมูระ"

 

เสียงสุดท้าย จากแม่ทัพที่ข้ามิรู้ซึ่งนาม ก่อนสิ่งสุดท้ายที่ฉายวาบผ่านดวงตาที่กำลังจะมืดดับของข้า หอกสีเงินสะท้อนแสงแดดแรงกล้าที่แยงนัยตาข้า พุ่งลงมาที่กลางอกของข้าอย่างแรง

เสียบแทรกผ่านกระดูก...ผ่านทรวงอก...ทะลวงเข้าไปยังหัวใจอันร้าวระบมของข้า

เสียงของมันดังอยู่อีกสองสามครั้ง ก่อนจะเงียบหายไป พร้อมลมหายใจที่ดับมอด หยาดน้ำตาหยาดสุดท้ายที่ไหลริน

"ท่านครับ รีบนำหัวของมันไปรับรางวัลจากท่านอิเอยาสึเถอะขอรับ"นายทหารชั้นผู้น้อยนายหนึ่งวิ่งมาบอกกับนายตนอย่างยินดี ที่สามารถพิชิตยอดขุนพลอย่างซานาดะ ยูคิมูระลงได้

เจ้าตัวนิ่งเงียบไปชั่วขณะ มือที่เปื้อนหยาดโลหิต เลื่อนลงไปยังใบหน้าของร่างไร้วิญญาณที่นอนราบอยู๋อย่างช้าๆ ก่อนพินิจพิจารณา...

แม้แก่ตัวลง แต่ยามหนุ่มเจ้าคงงดงามมากสินะ? ซานาดะ...

ก่อนจะเลื่อนปิดดวงตาคู่นั้นลงอย่างแช่มช้า

ก่อนจัดแจงปลดหมวกเขาสีแดงประดับด้วยเขากวางคู่ออกจากร่างนั้นช้าๆ

หากคนงดงามเช่นเจ้าต้องเหลือเพียงแต่ร่าง...คงน่าเสียดายนัก

"ไม่ละ ข้าแค่นำสิ่งนี้ไปก็พอแล้ว...แล้วข้าขอย้ำ

หากมันผู้ใดแตะต้องศพของซานาดะ ยูคิมูระผู้นี้ ข้านี่ละ จะบั่นคอมันเอง"

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

จบแล้วขอรับ = = เหนื่อยจริงๆ เหอๆๆ(แม่ง เบี้ยงานมาสดฟิก เลวจริงๆ)

ด้นสดล้วนๆ ชอบไม่ชอบยังไง ตามสบายนะงับ

ชี้แจง...

posted on 29 Oct 2009 17:37 by uegawa-nami

เนื่องด้วยเอนทรี่ที่แล้ว...ได้กล่าวถึงอีเดียดคนนึง ไม่ว่าใครจะว่ามิผิดเรื่องอีโก้ยังไงก็ช่าง แต่จุดประสงค์คือ เอนทรี่ที่แล้วจริงๆสำหรับคนของกลุ่ม WE ด้วยกันเท่านั้น ที่รู้"สันดาร" คนที่มิคุยด้วย

คนนอกจะไม่รู้ก็ไม่แปลก โดยเฉพาะคุณ"แมวน้ำกลิ้งๆ"

"เป็นอย่างที่คุณ Ares ว่าแหละค่ะ
ถึงทางนู้นจะวาดสวยหรือไม่สวยก็ตาม คนเราก็ต้องมีการพัฒนาเป็นขั้นเป็นตอนและหมั่นฝึกปรือไปเรื่อยๆ งานที่ออกมาถึงจะดูดีเองคะ

ถ้าถามว่าคนไหนผิด
หนูตอบได้เลยว่า ทั้งคู่ไม่ผิดหรอกคะ ต่างฝ่ายต่างก็มีเอกลักษณะในการวาดภาพเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ^^ ถึงจะผิดบ้างอะไรบ้าง มันก็ต้องมีการแก้ไขให้ดีขึ้นอยู่ทุกครั้งแหละ

ถ้าโดยรวมแล้ว หนูว่าทั้งคู่วาดได้สวยมากกว่าหนูอีก (ถึงตัวเองจะห่วยก็ตาม =w=)แต่ก็จะพยายามวาดให้มันดีขึ้นไปกว่านี้อีกคะ

คนเราถ้าอยากให้ใครต่อใครมาพิจารณาภาพของเรา ตัวเราเองก็ต้องยอมรับฟังคำที่ติชมของพวกเค้าน่าจะดีว่านะ ไม่ใช่ว่าไม่ถูกใจกับคำพูดเค้า แล้วก็มาระบายลับหลังอย่างงี้มันก็ไม่ถูกหรอกคะ อย่างเช่นเวลาอาจารย์เดินมา แล้วเราอยากให้อาจารย์ช่วยพิจารณา แล้วเค้าก็ชี้แนะ หรือติชมภาพของเราว่าดีหรือไม่ดี หรือว่าควรจะแก้ไขตรงส่วนไหนบ้าง เราเองก็ไม่มีสิทธิที่จะไปต่อว่าเค้าถูกมั้ยค่ะ ควรจะรับฟังเสียมากกว่า หากว่ามีคำดีหรือไม่ดีปะปนอยู่ด้วย เราก็น่าจะแยกคำไม่ดีทิ้งไป แล้วเอาคำดีดีเก็บไว้เป็นบทสอนวิชาให้แก่เราจะดีกว่านะคะ

แต่เท่าที่ดูแล้วหนูว่า ไม่ควรจะเอาเรื่องเล็กๆ มาทำเป็นเรื่องใหญ่เลย
การประกาศว่า "หนูมีอีโก้ไม่ใช่น้อย" นั้นเหมือนเป็นการบ่งบอกเลยว่า เรามีศักดิ์ศรีเยอะ ไม่อยากให้ใครมาต่อว่าเราหรือผลงานของตัวเอง หนูว่าลดๆลงไปหน่อยก็ดีนะsad smile เพราะสิ่งเหล่านั้นมันไม่ช่วยให้เราพัฒนาอะไรได้หรอกคะ

สิ่งที่ดีที่สุดคือ ฟังแล้วปรับความเข้าใจ จากนั้นก็ลงมือแก้ในจุดที่ไม่ดี ให้ออกมาดูเลิศกว่าเดิม จะดีกว่านะค่ะ

ถึงหนูจะโดนอาจารย์ติมาเยอะว่าไม่ดีๆ แต่อย่างน้อยท่านเองก็เป็นห่วงเราและอยากจะทำให้งานของเรามันดีมากยิ่งๆขึ้น ไม่ใช่หรือ? ลองนึกดูนะค่ะ ถือว่าสิ่งเหล่านี้คือบทสอนในชีวิตของทุกๆคนแหละ"

ซึ่งมิก็ไม่ทราบว่าใครหรอกนะคะ แต่ขอชี้แจงไว้ ณ ที่นี้เลยว่า มิผ่านประสบการณ์การโดนติมามากมาย และไ่ม่ใช่คนประเภท ข้าเก่ง ใครจะแตะต้องไม่ได้

คนนอกอย่างคุณแมวน้ำจะไม่ทราบมูลเหตุจริงๆก็ไม่แปลกหรอกคะ

แต่เพราะ "อีเดียด" ที่มิคุยด้้วย "สันดาร" มันต่ำจริงๆ ต่อหน้าพุดดี ลับหลังอีกอย่าง คนในกลุ่มก้เอือมระอากันจนหมดแล้ว

อยากจะขอบอกไว้เลยว่า เรื่องนี้ "เฉพาะคนของ WE เท่านั้น" ขออภัยย้อนหลังที่ไม่ได้แจ้งไว้ในเอนทรีที่แล้ว

 

มิก็เลยผิดซะเต็มประตูกับคำพุดคำเดียว ขอบคุณคะ

edit @ 29 Oct 2009 17:44:27 by NaMi : 上川波 「伊達氏の侍」::留守 月讀

บ่น...Idoit ที่ทำตัวเป็น Genious

posted on 26 Oct 2009 14:17 by uegawa-nami

เรื่องมันเริ่มเมื่อวันก่อน พอดีเราก็คุยกับเพื่อนคนนึงอยู่ ที่ตอนนี้เค้ามีปัญหากับกลุ่มเค้า (ซึ่งเราก็รู้จัก ละสนิทกับคนในกลุ่มด้วยพอสมควร) เราก้อยากช่วยเค้าปรับความเข้าใจ ยอมรับว่าหลายหนที่เขาพูดกับเราไม่ถูกใจ

ทีนี้พอเอารูปให้ดู

 http://sengoku-no-tensou.deviantart.com/art/Sengoku-Magnet-141274901

รูปนี้งับ

เราเพิ่งลงลงแสงเงาตกกระทบ(จากผีเสื้อของยูคิ)ครั้งแรก เลยอยากรู้ว่าเป็นไง เลยถามไปว่า

"สีเสอเป็นไงมั่ง?"

เค้าก็บอกว่า

 

 

 

มีติอยู่ที่นึงนะ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

คือ?

 

 

เรื่องตรงโคนผมอ่ะ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

อืม

 

และทิศทางของผมที่ตวัดไปถึงปลายมันยังไม่โอเคอยู่นะ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ยังไง?

 

อย่างเช่น ผมของมิทสึตรงด้านหน้าน่ะ (คนผมน้ำตาลแดงยาวทางขวามือ)

ทิศทางของสีผมมันตรงเหม่งมาเลยอ่ะ

มันน่าจะมีโค้งๆ หน่อยนะ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

="=

ยังไง ไม่เข้าใจ

 

(พี่หมายถึงการลงสีนะ)

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ไม่เข้าใจ

หมายความว่าไง = =

คือ ไม่เข้าใจว่า มันแปบกตรงไหน = =

คือ ที่เข้าใจคทอ

มันตรงเกินไป...ก็ลงผมตรงไม่ได้หยักศกนี่นา = =

พี่อธิบายไม่เข้าใจ

ที่ว่าแปลกๆนี่ ถ้าพูดถึงเรื่องแสงเงาหรืออย่างอื่นยังพอเข้าใจ

 

ก็ใช่ แต่ว่าอืม ยากแฮะ เครื่องนี้(ที่มหาลัย)ดันไม่มีโฟโต้อ่ะ เลยพูดยาก

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

หมายความว่าไง?

โฟโต้อะไร?

งง

ไม่มีแล้วยังไง = =""""

 

ถ้ามีก็คงขีดให้ดูแล้วล่ะ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

เพนท์ไง

 

Photoshop น่ะ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ก็ใช้ Paint เอาสิ  = =

ปกติหนูก็ใช้เพนท์

ไม่เห็นต้องรันโฟโต้ให้มันเปลืองเวลาเลยงิ


แหม ก็พี่ถนัดอ่ะเนอะ

OK เสร็จ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ไหนเอ่ย?

 

 

 เค้าก็ส่งรูปนี้มาให้ดู

  http://i44.photobucket.com/albums/f42/nami_elric/Sengoku_Magnet_by_Sengoku_no_Tensou.jpg

 

 จากนั้นก็

 

 

เส้นสีผมน่ะ มันตรงเกินไป

ควรจะตวัดโค้งมานิดนึง

(ตามลูกสร)

 

 

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ก็ยังงงอยู่ดี = =

(ก็วาดทรงนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นา)

 

อืม.... ก็ไม่เป็นไร หามันเหม่งไปจุดนึง แล้วจุดอื่นๆมัน OK ก็สามารถทำให้ภาพนั้นมันดีขึ้น ก็ถือว่าใช่ได้แล้วล่ะ

 

 

นี่ถ้าผมมิตสึนาริมันหยักศกแบบกุหลาบแวซายละกรูจะไม่ว่าเล้ยย

 

 

 

 

หรือไม่ก็ทรงนี้

 

 

 

 

 

 

 

แต่เพราะมันเป็นทรงนี้

 

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

="=

อะไรเหม่ง?

 

ก็ตรงที่พี่ว่าแหละ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

คือ

คำว่า เหม่งของพี่ มันหมายควสามว่าไง?

เหมง่หรือแหม่ง?

งง นะ

 

สีของผม

มันตรงเกิน

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ตกลงเหม่งหรือแหม่ง

ยังไง งง

ก็มันผมตรงอะ

จะให้ลงยังไง

งงนะ

พี่ลองลงให้ดูดิ๊ ="=

 

แปปนะ ลากเพื่อนมาพิจารณา

โอ้โห

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

?

 

เพื่อนเหนอเพื่อน

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

?

 

บอกว่า มันมีติหลายที่เลยน่ะ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

งั้นว่ามา

 

เห็นหัวยูคิมะ

เพื่อนพี่ว่ามันเล็กไปนะ เหมือนว่ามันโดนบีบเข้ามา ถ้าเอามาลองเปรียบเทียบกับหัวมิทสึพี่ว่า แปลกไป

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

(อันนี้ใช้กล้องถ่าย)

 

ไหปลาร้าของมิทสึ

มันควรจะขึ้นเฉียงไปอีกหน่อย ลองดูไหปลาร้าของยูคิสิ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

แล้วดพี่ดูตำแหน่งไหล่รึปล่าว

 

ดู

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ก็ตั้งใจจะวาดให้ไหล่ยูคิมันดูยกกว่า

จบ

 

= =

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

 

(ทีนี้ด้วยความที่เริ่มเคือง เพราะงานเค้าเนี่ย...ระดับที่ว่า ร่างก็เบี้ยวกายภาพเพี้ยน รอยยับไม่มี ง่ายๆว่าำพื้นฐานไม่มีเลยอะ)

 

 

พี่

ไม่ได้ว่านะ

แต่อย่าลืม

คนที่พี่คุยด้วย อีโกลิสซึมไม่ใช่น้อยๆนะ

ไม่ใช่ไม่รับคำติ

แต่ติละเอียด ไว้เก่งกว่าหนูค่อยมาคุย

 

 อีโกลิสซึม?

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

อีโก้

 

อ่านะ

OK เดี๋ยวอบกเพื่อนพี่ให้

*บอก

 

(อยากรู้จริงๆ แล้วมันต้องบอกเพื่อนเพื่ออะไรวะ จะได้มาเม้งแตกกรุใช่มั้ย เราก็ไม่อยากให้เค้าไปอะไรอีก แล้วรุ่นพี่เราก้มาบอกทีหลังว่า รายนี้น่ะ ไม่ค่อยมีเืพ่อนหรอก โม้เองมากกว่า)

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

หมายถึงพี่

 

อ่าว

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

เพราะจริงๆพี่ก็ไม่ได้มีกงการไรต้องไปลากเพื่อนมาตินี่?

หรือไม่จริง?

อีกอย่าง หนูกับเพ่อนพี่ก็ไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ

 

ป่าวหรอก คือพี่น่ะเห็นปุ๊บก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงให้น้องเข้าใจ

ก็เลยให้เพื่อนในคณะน่ะมาช่วยกันดูหน่อย

แต่อย่าลืมสิว่า พี่อยู่คณะอะไร

 

(โห ยกคณะข่ม คณะอะไรละคะ ก็คณะดิจิทัล มัลติมีเดีย สาขาดิจิตอลอาร์ท ไงละคะคำตอบที่แม้แต่ลิงยังรู คณะนี้เค้าวาดรุปหากินกันซะที่ไหนวะ ถ้าเป็นศิลปกรรม เอกวาด หรือเอกงานสีละว่าไปอย่าง โด่)

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

รู้

ไม่ลืม

 

ลบภาพออกก่อนดีกว่า

OK

เฮอ~  สลบ

คราวนี้ตาน้องมั่ง

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

อะไรหรอท

 

มาดูเลย

แปป

http://i300.photobucket.com/albums/nn6/Ketsuya/22.jpg

เรื่องสีน่ะ เดี๋ยวค่อยลง

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ถามข้อแรก

ขึ้นร่างมั้ย?

 

ขึ้น

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

พี่วาดอกสูงไปนะรู้มั้ย

 

มีติอะไร ว่ามาเลย พร้อมรับฟัง

 

(พูดเหมือนเป็นนัยว่า  มิไม่ยอมฟังเค้า แต่เค้าอะฟังมิ เหมือนจะให้ตัวเองดุดีกว่า แล้วจะราวๆว่า มิอะ หยิ่งอย่างงั้นหยิ่งอย่างงี้)

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

จากสัดส่วนของหัวลงมา 1 หัว ถึงจะเป็นอก

ช่วงตัวพี่วาดสั้นไป

แล้วก็

ไปศึกษารอยยับเยอะๆนะฮะ

 

อืมๆ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ตรงคอเสื้อข้างขวา ทีพี่วาดเป็นมุมแหลม จริงๆรอยยับควรรับกับรอยโ๕งของร่างกาย

เรื่องมิติยังมีอีกเยอะ

 

อืม

โดยรวมล่ะ?

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ยังต้องศึกษาอีก

 

สรุปยังไม่ดีพอเลยว่างั้น

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

อนาโตมี่ๆ

แอคติ้ง ท่าทาง มุม มิติ รอยยับ

อื้อ

 

OK เดี๋ยวจะไปฝึกมาใหม่

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

เอาละ ขอไขข้อข้องใจเรื่องไหปลาร้า

 

เผอิญช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาวาดสักเท่าไหร่

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ที่หนูตะหงิดการติของพี่ เพราะ พี่ไม่ได้อธิบายไงว่า "ทำไม"

อย่าง มิเคย ฟังคนติมา เค้าจะบอกว่า แสงต้องเข้าทางนี้ เงาจึงจะเกิด ตรงนี้เลยดูแปลกๆ อะไรทำนองนี้

แต่พี่บอกแค่ว่า มันแปลกๆ

ถ้าพี่รู้ว่าแปลก แล้วอธิบายได้

หนูจึงจะยอมรับว่า

เออ คุณดูออกนะ คุรมีประสบการณ์

นี่พูดแบบตรงๆนะ

ส่วนตรงไหปลาร้า

เพราะยูคิ คอยกขึ้นในแนวตรง แต่มิตสึนาริจะเยื้องมาข้างหน้า

 

อืม เดี๋ยวย้ายเครื่องแปปนะ

จะไปหาเครื่องที่มีโฟโต้

เออน้อง

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

?

 

ช่วยส่งภาพมะกี้มาให้ที่หน่อย

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

อันไหน?

 

จะเอาลงแฟรตไดร์ฟ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

เอาไปทำอาราย = =

 

ยูคิ มิทสึ

จะเอาไปแก้ให้ไง

ว่ามันตรงไหน

 

(งานระดับคุณ...จะมาแก้งานระดับชั้นเนี่ยนะ...อยากจะขำตาย นี่คิดว่าตัวเองเก่งขนาดนั้นเลยเชียว? ไม่ให้เว้ย เดี๋ยวแก้แล้วงานกรูเบี้ยว เรื่องอะไรต้องเอางานเราไปให้คนที่ขนาดอนาโตมี่ยังเป็นอนาโตมั่วแก้ไขด้วย? ของง่ายๆแค่นี้ใครก็รู้)

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

แก้งานพี่เองก่อนดีกว่าคะ

มิไม่นับถือคนวาดสวยนะ

สวยนะ ใครก็วาดสวยได้

แต่วาดเก่งนะ ยาก

 

ถามหน่อย

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

?

 

น้องจะรับฟังคำพิจารณารูปหรือป่าว

 

(วิจารณ์ตามความชอบตัวเองมันไม่ใช่วิจารณ์แล้ว)

 

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

เหตุผลมันต้แงฟังขึ้นละ

เพราะจะชี้ว่าคนวิจารณ์เข้าใจในเนื้องานดีแค่ไหน และมีประสบการณ์มามากแค่ไหน

 

ถ้าพูดอย่างเดียว มันก็คงไม่เข้าใจหรอกถูกมะ มันต้องมีภาพมาประกอบ

 

(คนที่ิติงานอย่างฉลาด และมีชั่วโฒงบินจริงๆ แค่ชี้จุดที่ผิดก็ถึงบางอ้อแล้ว นี่ พล่ามน้ำไหลไฟดับไม่เห้นรู้เรื่องเลย ยังมีหน้ามาบอกอีก ต้องมีภาพประกอบนะ)

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

คนเก่งจริงน่ะ แค่พูดก็ถึงบางอ้อแล้ว

คน"เก่ง"จริงๆมิเจอมาเยอะแล้ว

 

อืม... ตกลงจะส่งภาพมาให้มั้ย ถาม?

 

(โห อยากโชว์ออฟก็บอกมาเหอะ)

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

หนูว่าพี่ไปแก้งานตัวเองให้สัดส่วนมันถูกก่อนดีกว่านะคะ

เดี๋ยวทำงานหนูเบี้ยว =3=

 

สรุป คือ ไม่

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

- -_ _- -

งั้น

ถามพี่หน่อยนะ

พี่คิดไงกับภาพที่ตัวเองวาด

 

ไม่ดีเลย

เพราะนั้นเป็นภาพครั้งแรก

และคิดขึ้นมาเอง

 

(คิดขึ้นเองนี่เข้าข่าย Original...คิดเองหรือลอก หรือดูแบบ มันไม่เห็นเกี่ยวเลย คนคิด OC งามๆก็มีถมไป เอาสีข้้างถูชัดๆ ปกติคนเค้าต้องเอางานล่าสุดมาให้ดูดิ)

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

งั้นเอางานล่าสุดมาหน่อย

จะได้ดูพัฒนาการ

 

มันก็แหงล่ะที่ว่ามันจะมีติน่ะน้องครับ

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

สำหรับมิ

มิก็รู้ว้าไม่เก่ง ยังต้องแก้ ต้องดูรายละเอียดจุดลึกอีกเยอะมาก

แต่ตรงนี้ ต้องให้คนที่เก่งกว่าเท่านั้นมาชี้

ถ้าซาจังจะติมิแบบซับวส้อน

ก็คงต้องพยายามเยอะๆแล้วละน้า ^^

 

อืม จะพยายาม ถือว่าเป็นคำชี้แบบเปิดกว้าง ให้ไป"ศึกษา" มาใหม่

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

จะให้เจาะมั้ยคะว่าศึกษาอะไรบ้าง?

 

ไม่ต้องหรอก พี่จะหาเอง

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

หาให้เจอนะค๊า ^[]^

 

(ขอเกรียนหน่อย)

 

 (แล้่วพี่แกก็ไม่รู้ตัวเลยว่าทำเราเคืองสุดๆ)

 

จ้า

การที่เราจะรู้ได้ ต้องเคยไม่รู้มาก่อน การอยากจะได้ความรู้มาเยอะ โดยที่เราอยากเข้าใจเอง ควรจะศึกษาเอง และทบทวนเอง

สิ่งที่พี่พูดไปมันอาจจะกว้างไปเยอะ

แต่ถ้าลองบีบมันลงมาอีกหน่อยและพิจารณาแต่ละส่วน พี่ว่า สักวันก็คงเข้าใจเองล่ะ

เฮอ~

 

 (เออ ขอให้หาเจอจริงๆแล้วกัน ตัวมิเองก็ไม่ใช่ว่าจะทำด้วยตัวเองทั้งหมด มาจากการถาม การขอคำปรึกษาคนที่"เทพ"กันแล้ว แล้วมาฝึกเอง ปรับเองทั้งนั้น)

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

พี่ก้หาจุดบกพร่องตัวเองให้เจอก่อนแล้วกันนะคะ ^[]^

 

 

 

เฮอ ถ้าน้องมิคิดว่าพี่ผิดละก็ ช่วยดูประโยคนี้ก่อน "ไหปลาร้าไม่ต้องกับระดับหัวไหล่ ควรจะยกขึ้นมาอีกนิดนึง" หากว่าสิ่งที่น้องมิพูดมามันถูกจริง พี่ก็คงช่วยพิจารณาอะไรให้ไม่ได้แล้วล่ะ (ถ้าคิดว่าตัวเองวาดเก่งแล้วรู้เยอะกว่าพี่) ถือว่าพี่ผิดเอง

*ไม่ตรงระดับหัวไหล่

 

(ไม่วายนะ แล้วคิดว่าอนาโตมั่วของตัวเองมันถูกนักรึไง ถ้าคิดจะมาติชั้นในเชิงวิชาการแบบนี้ ช่วยไปตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองซะมั่ง มีดีแค่นี้ไม่ต้องเอามาโชว์เลย 

 

แถมยังาว่าอีกนะว่า  (ถ้าคิดว่าตัวเองวาดเก่งแล้วรู้เยอะกว่าพี่) ถือว่าพี่ผิดเอง

 

ชอบเล่นบทนางเอกละครน้ำเน่าซะจริงตาคนนี้ เออ งั้นตอเบเลยก็ได้ ก็เก่งกว่าจริงๆแหละ ชั่วโมงบินนี่ 5 ปีแล้วบอกไว้ก่อน)

 

Uegawa Nami : Rusu Tsukuyomi : ช่างแม่งไวโอเลต!:จุดจบของผู้กล้า แม้ตายก็ไม่กระพริบตา พูดว่า:

ไว้พี่ชี้แจงเองได้ก่อน ค่อยมาติหนุดีกว่านะ ^^

 

 

คนอะไร แย่จริงๆ

 

อย่างที่จั่วหัวไว้เลย อีเดียดที่ทำตัวเป็นจีเนียส ตัวเองงานก็ยังไม่ถึงไหนมาทำเป็นอวดรู้ มาข่มว่า อยู่คณะสายศิลป์นะ ไรงี้ ขนาดเราชั่วโฒงบินมากกว่ายังไม่พูดเลย

 

ดูเป็นตัวอย่างไว้นะคะ คนแบบนี้ น่ารังเกียจจริงๆ

 

 

 

ยอมรับว่า พอเขียนโปรเจคตัวเอง

Sengoku no Tensou[ศึกชิงบัลลังก์สวรรค์] (ชื่อไทยล้าวลาว ยังไม่ได้ตั้งอย่างเป็นทางการจ้า)

แล้ว ตัวเอกเป็นยูคิมูระ แล้วพอเขียนโนบุยูกิออกมาเท่านั้นแหละ ความดราม่าันจึงบังเกิด

แถมไปเจอบลอกม๊าเกี่ยวกะพี่น้องคู่นี้ จิ้ม เลยบ้าไปใหญ่เลย ก้ากก(จริงๆบ้ามาพักนึงแล้วละ =w=)

 

และเลยวาดออกมาเป็นรูปนีั้้

 

แบบว่า พูดตามตรง ชีวิตพี่น้อง บัดซบได้อีก = = คือ ในโปรเจคเนี่ย เนื้อเรื่องเป็นเรื่องหลังจาก ตายกันหมดแล้ว แล้วทีนี้ วิญญาณได้รับการยกระดับเป็นวิญญาณระดับเทพ...ศักดิ์จากสมัยมีชีวิตไม่เหลือแล้ว

และโนบุยูคิก็โดนพ่อตัวเอง ถีบจากวังตะวันตกของซึคุโยมิ มารับใช้อามาเทราสึที่วังตะวันออก ที่ยูคิมุระสังกัดอยู่แทน

ตอนนี้เลยติดพี่น้องคู่นี้แบบงอมแงม มันเล่นดราม่าได้เยอะโฮก(น่าน อีเลวนี่ เหอะๆๆ) แบบว่า ตั้งแต่สมัยมีชีวิต นอกจากตอนฮิเดโยชิยังไม่ตาย หลังเซกิงาฮาร่าชีวิตยังบัดซบไม่พออีก เอ้อ(โดนหอกสองพี่น้องเสียบกบาลตายคาที่ ข้อหาทารุณกรรมเกินเหตุ เอิ้ก)

เหอๆ เรื่องมันย้าวยาวนะเรื่องนี้

อยากรบกวนให้ไปเยี่ยมไปเยียน ไปเม้นกันหน่อย หมดกำลังใจ TT_TT

จิ้มโลดดดดดด